ได้เอ 3 ราย!ตัดเกรด 20 ผู้จัดการทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก

thumbnail

ถึงขณะนี้ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2023/24 มีผู้จัดการทีมโดนปลดไปแล้วสองรายคือ พอล เฮ็คกิ้งบอตท่อม ของทีม เชฟฯ ยูไนเต็ด และล่าสุด สตีฟ คูเปอร์ ของทีม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

 

สำหรับพวกที่ยังรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้ บางรายยังหมิ่นเหม่ที่จะโดนไล่ออก แต่หลายรายสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมีโอกาสพาทีมประสบความสำเร็จไม่น้อย

 

ต่อประเด็นที่ว่านี้ เดลี่ เมล สื่อเมืองผู้ดีจัดการตัดเกรดผู้จัดการทีมใน พรีเมียร์ลีก ออกมาแล้วว่าจนถึงขณะนี้แต่ละรายสมควรได้รับเกรดอะไร แต่เราจะขอนำเสนอรายละเอียดของนายใหญ่ใน 10 อันดับแรกของตารางเท่านั้นก่อนหน้าที่ คริสตัล พาเลซ จะต่อกรกับ ไบรท์ตัน เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 

  1. อาร์เซน่อล -มิเกล อาร์เตต้า (บีบวก)

 

ต้องยอมรับว่าซีซั่นนี้ทีม ปืนใหญ่ โชว์ฟอร์มได้อย่างน่ายำเกรง และส่อแววมีลุ้นคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่างจริงๆจังๆหลังอกหักอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อซีซั่นก่อนแม้ถึงขณะนี้พวกเขาจะยิงประตูได้น้อยที่สุดในบรรดาทีมของกลุ่มท็อปซิกซ์เท่ากับ สเปอร์ส ทีมอันดับห้าของตารางจากจำนวน 35 ประตูจาก 17 นัด แต่พวกเขาเสียประตูน้อยที่สุดในลีก 15 ลูกเท่ากับ ลิเวอร์พูล อีกทั้ง อาร์เซน่อล ผ่านเข้ารอบ

น็อกเอาต์ถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ด้วย

 

  1. ลิเวอร์พูล – เจอร์เก้น คล็อปป์ (เอ)

 

กุนซือด๊อยทช์ต้องสร้างทีมขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะแผงกลางซึ่งถึงคราวต้องเปลี่ยนถ่าย และเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากซีซั่นก่อนคว้าน้ำเหลวพลาดโควต้าถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก แต่สำหรับซีซั่นนี้ขุมกำลังในห้องเครื่องโฉมใหม่ส่อเค้าพา หงส์แดง บินสูงแน่โดยเฉพาะการลุ้นคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อีกสมัย หากแต่ปัญหาน่าหนักใจแทนทีมจาก แอนฟิลด์ คือหัวใจสำคัญในเกมรุกอย่าง 

โม ซาลาห์ จะผละไปเล่นให้ อียิปต์ ในศึก แอฟริกา 

คัพ ออฟ เนชั่นส์ ในเดือนหน้า

 

  1. แอสตัน วิลล่า – อูไน เอเมรี่ (เอบวก)

 

กลับสู่ พรีเมียร์ลีก คราวนี้ อดีตกุนซือ อาร์เซน่อล สร้างความฮือฮากับการกุมบังเหียนทีมม้านอกสายตาให้มีลุ้นคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้อย่างเหลือเชื่อเป็นที่สุดโดยที่ สิงห์ผงาด ไม่จำเป็นต้องมีสตาร์ดังระดับท็อปอยู่ในสังกัด แต่พวกเขาเล่นเป็นทีมได้อย่างแข็งแกร่ง และยากที่จะเอาชนะได้ง่ายๆทั้งๆที่ช่วงรับงานต่อจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ซีซั่นก่อน วิลล่า อยู่ในโซนสีแดง แต่เขาพาทีมตีตั๋วไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปได้อย่างน่าทึ่ง 

 

  1. แมนฯ ซิตี้ – เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (บีลบ)

 

แม้จะยังได้รับความมั่นใจจากบริษัทรับพนันว่ามีโอกาสป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ แต่หลายเกมหลัง เรือใบสีฟ้า สร้างผลงานได้ตกลงไปจนหล่นมารั้งอันดับสี่ของตารางในปัจจุบันทั้งๆที่พวกเขายังมีสตาร์ดังอยู่ในสังกัดแทบทุกขุมกำลังเพียงแต่ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ประสบกับปัญหาบาดเจ็บโดยที่ทีมเงินถังจำเป็นต้องรอจอมทัพอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ อีกระยะก่อนที่เขาจะเรียกความฟิตกลับมาลงเล่นได้ แต่ก่อนอื่นใดทีมของกุนซือสแปนิชซึ่งเคยทำแต้มตกหล่นไปช่วงหนึ่งจำเป็นต้องคว้าแชมป์ สโมสรโลก ให้ได้ด้วยเพื่อเรียกความฮึกเหิมกลับคืนมาหากต้องการเก็บแต้มปาดแซงนำ อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล รวมถึง 

แอสตัน วิลล่า ด้วย

 

  1. สเปอร์ส – อังเก้ ปอสเตโคกลู (บีบวก)

 

น่าจะมีมุมมองแตกออกเป็นสองฝั่งสำหรับนายใหญ่ทีม ไก่เดือยทอง เนื่องจากฝ่ายหนึ่งชี้ว่าเขาวางแผนการเล่นอย่างกล้าหาญ และชวนให้ตื่นตาตื่นใจ แต่อีกฝั่งเล็งเห็นว่าเขาบ้าจี้ และให้ลูกทีมเล่นเสี่ยงเกินไปจนมีโอกาสเสียประตูอย่างไม่สมควร แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปอสเตโคกลู เนรมิตให้ สเปอร์ส เป็นทีมที่มีเกมรุกน่าดูชม และพร้อมสอยตาข่ายฝ่ายตรงข้ามทุกเมื่อแม้จะว่าไปแล้วเขาควรล้มเลิกแท็กติกที่น่ากังขาอย่างเกมแพ้ เชลซี คารังแบบยับเยินกับการสั่งให้ทีมดันเกมขึ้นสูงถึงกลางสนามทั้งๆที่เหลือกันแค่เก้าคน

 

  1. นิวคาสเซิ่ล – เอ็ดดี้ ฮาว (ซีลบ)

 

ไม่ใช่ซีซั่นที่สาวก สาลิกาดง คาดหวังเนื่องจากทีมรักตกรอบแบ่งกลุ่มถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ในฐานะทีมบ๊วย แถมนักเตะในทีมยังบาดเจ็บระนาวจนไม่แน่ว่าจะคว้าอันดับท็อปโฟร์ได้อีกหรือไม่ และที่สำคัญฟอร์มนอกบ้านของพวกเขาดูไม่จืดสวนทางกับฟอร์มใน เซนต์ เจมส์ พาร์ค ลิบลับ แต่อย่างน้อยต้องยกเครดิตให้กับ ฮาว เช่นกันที่ปั้น ลูอิส ไมลีย์ กองกลางวัย 17 ปีขึ้นมาเป็นเพชรเม็ดงามได้อย่างเต็มตัว

 

  1. แมนฯ ยูไนเต็ด – เอริค เทน ฮาก (ดีลบ)

 

แทนที่จะสานต่อผลงานจากซีซั่นก่อนได้กลับกลายเป็นว่ากุนซือดัตช์พาทีมถอยหลังลงคลองทั้งผลงานในสนามทุกรายการ ตลอดจนการเสริมทัพที่ผิดพลาด อีกทั้งมีปัญหากับนักเตะในทีมด้วยจนทำให้นายใหญ่สกินเฮดกลับมาเป็นตัวเต็งเบอร์หนึ่งที่จะตกเก้าอี้เป็นรายต่อไปหลังจาก 

คูเปอร์ โดน ฟอเรสต์ อัปเปหิไปแล้ว แต่หาก เทน ฮาก ได้รับการสนับสนุนจาก เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ที่จ่อซื้อหุ้นของสโมสร 25% และสามารถแก้ตัวการจ่ายตลาดหน้าหนาวได้โดย ผีแดง เร่งเก็บแต้มกลับไปมีลุ้นคว้าโควต้าถ้วยหูใหญ่ เขาก็มีโอกาสได้อยู่ใน โรงละครแห่งความฝัน ต่อไป

 

  1. เวสต์แฮม – เดวิด มอยส์ (บีบวก)

 

แม้จะคุมทีมเล่นในสไตล์ที่แฟน ขุนค้อน บางรายไม่ปลื้มเนื่องจากพวกเขามองว่าทีมน่าจะเล่นแบบครองบอลมากกว่าการเล่นให้น้อยจังหวะเนื่องจากทีมมีดาวเตะอย่าง ลูกัส ปาเกต้า และ จาร์ร็อด โบเว่น เป็นตัวชูโรง แต่ต้องให้ความเป็นธรรมต่อกุนซือเลือดวิสกี้ด้วยที่สามารถพาทีมเข้ารอบน็อกเอาต์ถ้วย ยูโรปาลีก ได้ รวมทั้งยังอยู่ในกลุ่มครึ่งบนของตาราง พรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าฉงนไม่น้อยที่ มอยส์ ยังมีชื่อเป็นกุนซือที่ติดโผจ่อโดนไล่ออกในอันดับต้นๆมาตั้งแต่ซีซั่นก่อนจนถึงปัจจุบัน

 

  1. ไบรท์ตัน – โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ (ซี)

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เด แซร์บี้ พาตัวเองเข้าไปมีชื่อเป็นกุนซือในตำนานของ นกนางนวล เรียบร้อยแล้วจากการสร้างผลงานพาทีมเข้าไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสังเวียนแข้ง เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม แถมพาทีมเข้ารอบ 16 ทีมถ้วย ยูโรปาลีก ได้เช่นกัน แต่จากการลงเล่นสองเกมต่อสัปดาห์ซึ่งนักเตะ ไบรท์ตัน ไม่คุ้นเคยมาก่อนส่งผลกระทบต่อผลงานใน พรีเมียร์ลีก 

ซีซั่นนี้ของพวกเขาอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาไม่ได้มีขุมกำลังขนาดใหญ่เหมือนกับทีมเงินถุงเงินถังด้วยจึงทำให้บางเกมมีผลงานต่ำกว่ามาตรฐานจากที่เคยทำได้ ขณะที่ตัวของกุนซืออิตาเลี่ยนเองยอมรับว่าเขายังไม่ใช่โค้ชชั้นยอดแม้จะมีผลงานน่าประทับใจไม่หยอก

 

  1. เชลซี – เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ (เอฟ)

 

สอบตกแบบไม่มีข้อโต้แย้งทั้งๆที่ได้รับการสนับสนุนให้เสริมทัพอย่างเต็มที่ แต่อดีตกุนซือทีม สเปอร์ส กลับมาตกม้าตายในลีกเมืองผู้ดีเนื่องจากไม่ได้ทำให้ สิงห์บลูส์ มีผลงานที่กระเตื้องขึ้นจากสมัยที่ แกรม พ็อตเตอร์ คุมทีมเลยแม้จะถูกมองว่าเป็นคนที่ใช่สำหรับถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ถึงวันนี้ “พอช” ยังไปไม่ถึงจุดนั้นเนื่องจากยังสร้างทีมให้มีผลงานที่คงเส้นคงวาไม่ได้อย่างเกมล่าสุดในรอบแปดทีมถ้วย คาราบาวคัพ นัดดวลลูกโทษชนะ นิวคาสเซิ่ล ในรังบ่งชี้ว่ากุนซืออาร์เจนไตน์ไม่ต่างอะไรกับ เทน ฮาก ที่ไร้ไอเดียในการคุมทีมให้เล่นเกมรุก และบุกแบบทื่อๆจนเกือบตีเสมอ สาลิกาดง ไม่สำเร็จเนื่องจากลูกทีมทำได้แค่ผ่านบอลไปมา แต่ไม่มีทีเด็ดในการเจาะเข้าเขตโทษคู่แข่งซึ่งหาก คีแรน ทริปเปียร์ ไม่ก่อความผิดพลาดจนทีมอีสานโดนตีเสมอในช่วงทดเวลาก่อนแพ้ดวลลูกโทษ บางที 

โปเช็ตติโน่ น่าจะเก้าอี้ร้อนมากกว่าที่เป็นอยู่

 

สำหรับอันดับที่เหลือประกอบไปด้วย

 

  1. ฟูแล่ม – มาร์โก ซิลวา (ซีบวก)
  2. เบรนท์ฟอร์ด – โธมัส แฟร้งค์ (ซี)
  3. วูล์ฟส์ – แกรี่ โอนีบ (บีลบ)
  4. บอร์นมัธ – อันโดนี่ อิราโอล่า (บีลบ)
  5. คริสตัล พาเลซ  – รอย ฮ็อดจ์สัน (ดีลบ)
  6. เอฟเวอร์ตัน – ฌอน ไดช์ (เอ)
  7. ฟอเรสต์ – นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ (?)
  8. ลูตัน – ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ (ซี)
  9. เบิร์นลีย์ – แวงซ็องต์ กอมปานี (ดีลบ)
  10. เชฟฯ ยูไนเต็ด – คริส ไวล์เดอร์ (ซี)