เก็บตกหลังเกม ปืนใหญ่ ฟอร์มกู่ไม่กลับพ่ายส่งท้ายปี 2023

thumbnail

อาร์เซนอล เก็บได้เพียง 4 คะแนนจาก 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก พร้อมส่งท้ายปีเก่าด้วยความปราชัยต่อ ฟูแลม 2-1

 

รายการแข่งขัน : พรีเมียร์ ลีก 2023-2024

วันแข่งขัน : อาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม 2023

สนามแข่งขัน : คราเวน คอทเทจ

ผลการแข่งขัน : ฟูแล่ม 2 – 1 อาร์เซนอล

 

อาร์เซนอล ยังคงฟุบไม่เลิกกับผลงานย่ำแย่กับความพ่ายแพ้ 2-1 ต่อฟูแล่มในเกมส่งท้ายปี 2023 ที่ทำให้พวกเขา พ่ายไปแล้ว 4 เกมในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้

ความมั่นใจที่หายไป

อาร์เซนอล ผลงานในระยะหลังไม่ชนะมาก่อนเกมนี้สองเกมติดต่อกัน หากมองตลอดเดือนธันวาคม 2023 พวกเขาแพ้ไปถึง 3 เกมจาก 7 เกมที่ลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก เป็นการตอกย้ำการสะดุดของพวกเขาในเดือนสุดท้ายของปี ซึ่งจากการไม่ชนะใครมาหลายเกมส่งผลต่อเรื่องของ “ความมั่นใจ” ของผู้เล่นในทีมอาร์เซนอล ชัดเจนมากในเกมนี้ พวกเขาจากเดิมที่เป็นทีมที่เล่นด้วยความมุ่งมั่นอย่างทีมพลังหนุ่มที่มีความสามารถรอบด้าน เล่นฟุตบอลในเกมรุก ที่ชื่นชอบการครอบครองเกม และเจาะเข้าทำอย่างเพลินตา กลายมาเป็นทีมที่สามารถครองบอลได้ แต่ออกบอลผิดพลาด กล้า ๆ กลัว ๆ และเล่นด้วยความผิดพลาดหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งเล่นยิ่งลน และจบด้วยความตื่นตระหนกเมื่อต้องเสียประตูที่สองในเกมนี้ และเป็นฝ่ายไล่ตามหลัง สวนทางกับ ฟูแล่ม พวกเขาเล่นในแบบที่พวกเขาเป็น และผ่อนคลายมากกว่าในเกมนี้ และสิ่งเหล่านั้นส่งผลให้พวกเขาได้ในสิ่งที่ต้องการในเกมนี้ นั่นคือชัยชนะส่งท้ายปีให้แฟนบอลของพวกเขา

ปัญหาการ “ส่งบอล” ของอาร์เซนอล

เกมนี้เป็นหนึ่งเกมที่พื้นที่ในการเข้าทำมีมากพอสมควรสำหรับทั้งสองทีม ซึ่งทำให้เกมนี้มีลุ้นด้วยกันทั้งสองฝ่าย และแน่นอนมีประตูด้วยกันทั้งคู่ แต่สำหรับอาร์เซนอลแล้ว พวกเขาเจอกับปัญหาใหญ่กับการรับ-ส่งบอล ที่วันนี้ขาดความแม่นยำไปพอสมควร ซึ่งส่วนหนึ่งต้องชื่นชมแนวรับของฟูแล่ม ที่มีวินัยในเกมรับในการเคลื่อนที่ปิดช่องการเข้าทำ และทำให้อาร์เซนอล ไม่สามารถที่จะครอบครองเกมได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงเกิดจากความผิดพลาดของพวกเขาเอง และทำให้ ฟูแล่ม สามารถครองเกมได้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งยิงประตูชัยในเกมนี้

ยาคุบ คิวิออร์ ยังคงสอบ “ไม่ผ่าน” 

แนวรับทีมชาติโปแลนด์ ย้ายมาร่วมงานกับ อาร์เซนอล ในเดือนมกราคม 2023 ด้วยความหวังที่ว่าจะเข้ามาเป็นกองหลังที่จะเป็นหน่วยเสริมที่ดีของทีม อย่างไรก็ตามเขากลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มในระดับที่จะเข้ามาเบียดเป็นตัวจริงได้มากนัก และมักจะได้ลงเล่นในเกมบอลถ้วย หรือเกมที่มีนักเตะหลักบาดเจ็บ อย่างเช่นในเกมนี้ อย่างไรก็ตามเป็นอีกเกมที่เขาไม่สามารถสร้างความประทับใจได้กับการลงเล่นในแบบ Invert Full Back ที่ดูเงอะงะ และออกบอลไปข้างหน้าสร้างเกมรุกได้น้อย ขณะที่การสลับพื้นที่การเล่นก็ดูมีปัญหา และการเสียประตูแรกในเกมนี้เขาก็มีส่วนในการตามจังหวะสังหารของ ฆิมิเนซ ไม่ทัน และทำให้ 45 นาทีแรกของเกม เป็นโอกาสของเขาในเกมนี้ ก่อนที่จะถูก ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ ลงมาเล่นแทน