นูนเญซ ลงยิง, ไร้ แม็ค อัลลิสเตอร์! คาด 11 ผู้เล่นตัวจริง ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ

thumbnail

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก มีคิวลงเตะคู่แรก (เวลา 19.30 น.) คืนวันเสาร์นี้ โดยจะออกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับ 14 ที่ไม่ชนะใครเลยใน 4 เกมหลังสุด (เสมอ 1, แพ้ 3) ซึ่งแน่นอนว่า ลิเวอร์พูล มองถึงชัยชนะ เพื่อแซง อาร์เซน่อล ขึ้นอันดับหนึ่ง อย่างน้อยเป็นการชั่วคราว และนี่คือชุด 11 ผู้เล่นตัวจริง (ระบบ 4-3-3) ที่กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะเลือกใช้งานในเกมที่สังเวียนแข้ง เซลเฮิร์สท์ พาร์ค ซึ่งคงมีการปรับเปลี่ยนพอสมควรจากเกมล่าสุดที่บุกสอย เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา 

 

– ผู้รักษาประตู : ควีวิน เคลเลเฮอร์ 

 

อลีสซง เบ็คเกอร์ โกลมือหนึ่ง หายเจ็บ กลับมาลงซ้อมได้แล้ว แต่ คล็อปป์ ไม่น่าจะเสี่ยงใช้งาน ดังนั้นโอกาสคงตกเป็นของ นายทวารชาวไอริชวัย 25 ปี อีกนัด 

 

– แบ็กโฟร์ : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อิบราฮิมา โกนาเต้ (โจ โกเมซ), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, คอสตาส ซิมิกาส 

 

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟอร์มกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ดังนั้นไม่มีใครแย่งเขาแน่นอน สำหรับตำแหน่งแบ็กขวา เช่นเดียวกับ ฟาน ไดค์ ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ที่คงได้คู่กับ โกนาเต้ เหมือนเดิม ขณะที่ ซิมิกาส จะกลับมาประจำการแบ็กซ้ายอีกครั้ง หลังจากที่ได้พักนัดที่แล้ว เนื่องจาก คล็อปป์ เลือกใช้งาน โกเมซ ซึ่งในรายของ โกเมซ นั้น 

นัดนี้มีโอกาสได้สตาร์ทตัวจริงในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางเช่นกัน หาก คล็อปป์ อยากพัก โกนาเต้ ส่วน 

โฌแอล มาติป เจ็บหนัก พักแข้งยาวเรียบร้อย 

 

– แดนกลาง : โดมินิค โซโบซไล, วาตารุ เอ็นโด, เคอร์ติส โจนส์ (ไรอัน กราเฟนแบร์ค)

 

นัดนี้ทีมจะไม่มี อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ที่เจ็บเข่าจากเกมชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ดังนั้นตำแหน่งมิดฟิลด์ฝั่งซ้าย คงต้องแย่งกันระหว่าง โจนส์ กับ กราเฟนแบร์ค ส่วนอีกสองโควตา ชั่วโมงนี้คงต้องยกให้ โซโบซไล กับ เอ็นโด ที่ต่างฟอร์มกำลังดี และควรได้รับโอกาสต่อไป 

– แนวรุก : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดาร์วิน นูนเญซ, โคดี้ กัคโป (หลุยส์ ดิอาซ)

 

ถึงแม้ทำประตูไม่ได้มาสองนัดติด แต่ ซาลาห์ ยังไงก็ต้องได้สตาร์ทตัวจริงกับบทบาทตัวรุกริมเส้นฝั่งขวา และกำลังตามหาประตูที่ 200 ในสีเสื้อ “หงส์แดง” ด้วย ส่วน นูนเญซ ที่นัดก่อนลงสำรองมาทำ 1 แอสซิสต์ น่าจะได้ลงเล่นตั้งแต่วินาทีแรกในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ขณะที่ตัวรุกด้านซ้าย คงต้องลุ้นกันระหว่าง กัคโป กับ ดิอาซ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นรายแรกที่ได้รับโอกาสก่อน